อายุวัฒน์ ฮอสพิซ แอนด์ รีแฮบ

ไม่มีใครควรเผชิญช่วงเวลาสำคัญนี้ เพียงลำพัง

ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง โดยทีมแพทย์และพยาบาลวิชาชีพ
เคียงข้างทั้งผู้ป่วยและครอบครัว ตลอด 24 ชั่วโมง

ตึก Hospice เฉพาะทาง

พื้นที่ดูแลแยกเป็นสัดส่วน บรรยากาศอบอุ่นเหมือนบ้าน ไม่เคร่งเครียดเหมือนโรงพยาบาล

แพทย์ดูแลใกล้ชิด

วางแผนการดูแลเป็นรายบุคคลโดยแพทย์ ร่วมตัดสินใจกับครอบครัวในทุกขั้นตอน

พยาบาลวิชาชีพ 24 ชม.

ดูแลความสุขสบาย บรรเทาความไม่สบายตัว และเฝ้าระวังอาการตลอดทั้งวันทั้งคืน

ตึก Hospice เฉพาะทาง · พระราม2 50 · เดินทางสะดวก

เราเข้าใจว่าช่วงเวลานี้ไม่ง่าย

ทีมแพทย์และพยาบาลพร้อมรับฟังและช่วยวางแผนการดูแลที่เหมาะกับครอบครัวคุณ
โทรหรือแชทปรึกษาได้ทุกวัน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เครือข่ายของ อายุวัฒน์ ในการดูแลผู้ป่วยวาระสุดท้าย

บ้านพักและสถานที่ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
อายุวัฒน์ เนอร์สซิ่งโฮม

ใครคือผู้ป่วยระยะสุดท้าย

รศ.นพ. ฉันชาย สิทธิพันธุ์ อาจารย์ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการศึกษาและตีพิมพ์บทความในหัวข้อ การ
ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายโดยมีการอธิบายและระบุคุณลักษณะและนิยามของผู้ป่วยระยะสุดท้าย ดังต่อไปนี้
แหล่งที่มา

1.ผู้ที่ป่วยด้วยโรคที่ลุกลามและ ไม่สามารถรักษาได้ เช่น โรคมะเร็งภาวะสมองเสื่อม โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอแอลเอส หรือโรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อม
2.ผู้ที่มีอาการป่วยที่ ทรุดลงเรื่อย ๆ และมีอาการแทรกซ้อน อื่น ๆ ที่ปรากฏร่วมด้วยโดยแพทย์คาดว่าผู้ป่วยอาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี
3.ผู้ที่มีอาการป่วยที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตอย่างกะทันหันจากอาการที่กำเริบไปสู่ภาวะวิกฤต
4.ผู้ที่เผชิญภาวะอาการป่วยที่เป็นอันตรายต่อชีวิตอย่างเฉียบพลันจากสถานการณ์ร้ายแรง เช่น เส้นเลือดในสมองแตกหรือตีบตันหรือประสบอุบัติเหตุรุนแรง

การดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย

การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) คือ
การมุ่งเน้นการบรรเทาความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน ปัองกันภาวะแทรกซ้อน และส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เน้นสภาพจิตใจ สังคม อารมณ์ และจิตวิญญาณของผู้ป่วยและญาติ

การดูแลแบบประคับประคองสามารถกระทำได้ในผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกระยะ บทบาทที่สำคัญจะอยู่ช่วงสุดท้ายของชีวิตผู้ป่วย โดยนายแพทย์อนุพันธ์ ตันติวงศ์ ดร. ผ่องพักตร์ พิทยพันธ์ และนายแพทย์สุชาย สุนทราภา ได้มี
การศึกษาวิจัยและตีพิมพ์หนังสือการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ในปี 2558 จากการศึกษาพบว่า สิ่งที่ผู้ป่วยระยะสุดท้ายกลัวมากที่สุด คือ กลัวการถูกทอดทิ้ง กลัวการถูกโดดเดี่ยว เขาจึงต้องการใครสักคนที่อยู่เคียงข้าง ยิ่งถ้าเป็นคนที่เขารัก คนในครอบครัวหรือญาติพี่น้องจะดีมาก ดังนั้น ผู้ป่วยและครอบครัวควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจร่วมกับทีมแพทย์เพื่อวางเป้าหมายการรักษาไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกโดดเดี่ยวและมีกำลังใจพร้อมที่จะต่อสู้กับโรคร้ายต่อไป

ความต้องการครั้งสุดท้าย (The living will)
ควรมีการพูดคุยกันในครอบครัวและเตรียมเอกสารระบุความต้องการของผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับความต้องการด้านการแพทย์ในขณะที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับตัดสินใจวางแผนการรักษา โดยเฉพาะในช่วงใกล้เสียชีวิต ซึ่งไม่มีความสามารถพอที่จะตัดสินใจเองได้

การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง เป็นการดูแลเพื่อบรรเทาอาการต่าง ๆ รวมถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากมะเร็งโดยที่ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยหายขาดจากมะเร็ง แต่เป็นการให้ความช่วยเหลือทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณโดยมุ่งเน้นไปที่ตัวตนของผู้ป่วยและครอบครัวมากกว่าโรคซึ่งวิธีที่ใช้รักษาเพื่อบรรเทาอาการอาจรวมถึงการบำบัดด้วยรังสี เคมีบำบัด การผ่าตัด หรือการใช้ยา เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงสุดท้ายของชีวิตซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาหลายเดือนหรือหลายปีโดยผู้ดูแลควรให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโดยปฏิบัติตามคำแนะนำ

ขั้นตอนและวิธีการในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย

กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการศึกษาและจัดทำแนวทางการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ในปี 2557 โดยรวบรวมองค์ความรู้ทั้งจากเอกสารตำราและการถอดประสบการณ์ในการปฏิบัติจากบุคลากรที่ปฏิบัติงานดูแลผู้ป่วยในระยะสุดท้ายในโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ เพื่อให้ได้รูปแบบการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่เหมาะสมต่อบริบทของสังคมไทยมากที่สุด โดยจัดแบ่งออกเป็น 4 ประเด็นด้วยกัน

ฟอร์มเก็บข้อมูลผู้ป่วยนอกเวลา