โรคหัวใจขาดเลือด เป็นโรคอันดับต้น ๆ ที่คร่าชีวิตคนไทยและผู้คนรอบโลกไปมากมาย อย่างที่ทราบกันดีว่าหัวใจนั้น เป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย หากหัวใจของเราขาดเลือดหรือจริง ๆ แล้วก็คือขาดออกซิเจนที่อยู่ในเลือดไปเลี้ยงร่างกายแม้เพียง 2-3 นาที ก็เป็นอันตรายอย่างมากต่อร่างกายถึงขั้นเสียชีวิตแล้ว ดังนั้นร่างกายจึงจะมีสัญญาณเตือนที่จะช่วยให้เรารู้ถึงความอันตรายนี้ และคุณก็ต้องรู้ก่อนว่าสัญญาณเตือนนี้คืออะไร จะได้เตรียมตัวและรับมือได้ทัน

โรคหัวใจขาดเลือด คือ

โรคหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ คือ การที่กล้ามเนื้อหัวใจได้รับออกซิเจนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น จากปริมาณของเลือดที่ไหลเวียนไปยังหัวใจลดลง ซึ่งอาจเกิดจากการที่หลอดเลือดหัวใจอุดตันบางส่วนหรือทั้งหมดจากการสะสมของไขมันและคอเลสเตอรอล โดยอาจเกิดขึ้นในขณะที่หัวใจต้องการออกซิเจนมากขึ้น จากการกำลังออกกำลังกาย มีภาวะเครียด หรือตื่นเต้น แต่ปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจไม่สามารถเพิ่มขึ้เพื่อตอบสนองความต้องการได้เพียงพอ เนื่องจากมีการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ หรือบางครั้งผู้ป่วยก็อาจมีอาการแม้ว่าจะไม่ได้ออกกำลังใด ๆ อยู่ก็ตาม

ผู้ชายเสี่ยงหัวใจขาดเลือดมากกว่าผู้หญิง จริงหรือไม่?

คำตอบ คือ จริงเพราะจากการเก็บสถิติผู้ป่วยโรคหัวใจในหลายปีที่ผ่านมาพบว่าเพศชายเสี่ยงมากกว่าเพศหญิง และอายุก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือด โดยผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 45 ปี และเพศหญิงที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดมากกว่า รวมไปถึงผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยด้วยโรคเส้นเลือดตีบก่อนหัวใจอันควรมาก่อน ซึ่งปัจจัยเสี่ยงทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ล้วนแต่ควบคุมและหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่มีหลายสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดหรือหลอดเลือดหัวใจตีบ ที่เกิดจากพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การพักผ่อน การควบคุมโรคประจำตัว หรือการจัดการกับความเครียด ซึ่งปัจจัยเหล่านี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น

  • ความดันเลือดสูง
  • ไขมันในเลือดสูง
  • โรคเบาหวาน/ น้ำตาลในเลือดสูง
  • น้ำหนักเกินเกณฑ์ (BMI มากกว่า 25)
  • ไม่ออกกำลังกาย
  • การดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่
  • เกิดความเครียดสะสม

สัญญาณเตือนของอาการหัวใจขาดเลือด

  • อาการเจ็บแน่นหน้าอก นับว่าเป็นอาการแรกที่สังเกตได้ง่ายที่สุด แต่อาการเจ็บแน่นหน้าอกก็สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น กรดไหลย้อน ดังนั้นหากจะสังเกตว่าอาการเจ็บแน่นหน้าอก มาจากการบาดเจ็บที่หัวใจสามารถสังเกตได้จากอาการ
    • เจ็บที่หน้าอก ร้าวไปยังไหล่ หรือแขนฝั่งซ้าย หรือบางครั้งอาจเจ็บร้าวไปยันขากรรไกร และสะบักหลัง
    • เจ็บแน่นคล้ายถูกบีบรัดหรือกดทับ
    • อาการเจ็บแน่นหน้าอกกินเวลานาน และไปหายไป
  • ใจสั่น หายใจลำบาก 
  • เวียนหัว มึนงง หรืออาจคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย
  • เหนื่อยง่าย เหงื่อออกมาก

หากมีอาการเตือนเหล่านี้อย่าชะล่าใจ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะหากหัวใจขาดเลือดรุนแรงเพียงไม่กี่นาที อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย การรักษาโรคหัวใจขาดเลือดหากพบแต่เนิ่น ๆ สามารถใช้ยารักษาได้แต่ในรายที่เป็นขั้นรุนแรงจะต้องทำการผ่าตัดทำบอลลูนหัวใจหรือผ่าตัดทำบายพาสหัวใจ ซึ่งจะต้องมีการพักฟื้นหลังผ่าตัดเป็นเวลานาน

ศูนย์รับดูแลผู้ป่วยพักฟื้นหลังผ่าตัด อายุวัฒน์ พระราม 2

อายุวัฒน์ เนอร์สซิ่งโฮม และอายุวัฒน์ ฮอสพิซ แอนด์ รีแฮบ ในย่านพระรามสอง มีบริการ nursing care หรือบริการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย โดยให้บริการดูแลฟื้นฟูผู้สูงอายุ ทั้งระยะสั้น ระยะยาว และรูปแบบเนอร์สซิ่งโฮมระดับพรีเมียม บริการดูแลหลังผ่าตัดการฟื้นฟูสมรรถภาพบริการดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาเฉพาะด้านหรือหลังออกจากโรงพยาบาล เช่น ผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นผู้สูงอายุ เพราะผู้สูงอายุสามารถฟื้นตัวได้ช้าจึงต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้นนานกว่าคนวัยหนุ่มสาว และหลังผ่าตัดหากไม่ได้รับการดูแลที่ดีและเหมาะสมอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ อีกด้วย การดูแลผู้ป่วยของเราไม่ใช่เพียงแค่การดูแลสุขภาพกาย แต่ยังดูแลไปถึงโภชนาการอาหารที่ผู้ป่วยควรได้รับ การกายภาพบำบัดที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยหลังผ่าตัด และยังรวมไปถึงการดูแลสภาพจิตใจผ่านการทำกิจกรรมต่าง ๆ และเราพร้อมให้บริการโดยทีมแพทย์ พยาบาล ทีมสหวิชาชีพ ที่มีประสบการณ์ยาวนานในการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ