ร่างกายที่ผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แต่ความคิด และจิตใจ ยังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามแต่ละบุคคล ซึ่งเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่หลายคนอาจไม่คาดคิดหรือมองข้าม เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการดูแลอย่างการกายภาพบำบัด เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย

การฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจของผู้สูงวัยที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ยังสามารถทำได้ด้วยการคำนึงถึงความต้องการหรือเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันอีกด้วย 

ทำความรู้จักกลุ่มประเภทผู้ป่วยติดเตียง

ผู้ป่วยติดเตียง คือ กลุ่มผู้สูงวัยที่ร่างกายเสื่อมสภาพจากการชราภาพ โรคร้ายแรง อุบัติเหตุ ไปจนถึงการรักษาทางพยาบาล ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ดังเดิม ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 

  • ผู้ป่วยติดเตียงกลุ่มสีเขียว

ผู้สูงวัยที่มีอาการติดเตียงเบื้องต้น แต่ร่างกายและจิตใจไม่ได้เผชิญความเสี่ยงมากนัก หากเทียบกับผู้ป่วยติดเตียงกลุ่มอื่น ๆ เนื่องจากสามารถเคลื่อนไหวและช่วยเหลือตนเองได้ แต่จำเป็นต้องมีการดูแลและติดตามอาการอยู่สม่ำเสมอ จากคนใกล้ชิดและแพทย์พยาบาล

  • ผู้ป่วยติดเตียงกลุ่มสีเหลือง 

กลุ่มผู้สูงวัยที่มีโรคร้ายหรืออาการอัมพฤกษ์ ส่งผลให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยตนเองเป็นระยะเวลานาน นำไปสู่ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ภาวะแผลกดทับจากการนอนนาน ๆ การติดเชื้อจากแผลกดทับที่เข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือด และอาการปอดอักเสบหรือปอดติดเชื้อจากเสมหะที่ควรระมัดระวัง 

ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ป่วยติดเตียงต้องเผชิญ หากการดูแลไม่ครอบคลุม หรือวิธีการนั้นไม่ถูกต้อง 

  • ผู้ป่วยติดเตียงกลุ่มสีแดง 

ผู้สูงวัยที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวด้วยตนเองได้เลยและจำเป็นต้องนอนติดเตียงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นระดับที่มีอาการร้ายแรงมากที่สุด จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญ แพทย์พยาบาล และครอบครัว

ผลกระทบด้านอื่น ๆ ที่ผู้ป่วยติดเตียงได้รับ

นอกเหนือจากผลกระทบทางด้านร่างกายที่หลายคนทราบกันดีแล้ว ผู้ป่วยติดเตียงส่วนใหญ่ มักได้รับผลกระทบด้านอื่นเช่นเดียวกัน แม้บางประเภทจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตมากนัก แต่ยังคงเป็นสิ่งละเอียดอ่อนที่ควรระวังและนึกถึง ดังนี้ 

1.ผลกระทบทางความคิดหรือสมอง

  • ภาวะสมองเสื่อม
  • ภาวะสับสน
  • หลงลืม

ที่ทำให้ผู้สูงวัยหรือผู้ป่วยติดเตียงมีภาวะสับสน หลงลืมได้ง่าย ไม่สามารถจดจำทิศทาง เหตุการณ์ และเรื่องราวได้ 

2.ผลกระทบทางทางร่างกาย

  • ความดันโลหิตสูง
  • เบาหวาน
  • หรือโรคประจำตัวอื่น ๆ 

3.ผลกระทบทางจิตใจ

  • อารมณ์แปรปรวนได้ง่าย 
  • ความเครียดความวิตกกังวล
  • ภาวะซึมเศร้า

เนื่องจากความรู้สึกเป็นภาระคนที่รักและครอบครัว เพราะไม่สามารถดูแลและพึ่งพาตนเองได้  

การกระตุ้นด้วยการไม่มองข้ามเรื่องเล็ก ๆ 

เรื่องเล็ก ๆ ของผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่ควรมองข้าม

1.การสัมผัสและความอบอุ่นทางใจ

สัมผัสจากคนในครอบครัวหรือคนที่ผู้ป่วยไว้วางใจ แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ เช่น การจับมือ การพูดคุย หรือเพียงแค่การสบตา ก็สามารถส่งต่อความรู้สึกอบอุ่นและปลอบประโลมใจได้อย่างมาก สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผู้ป่วยรู้ว่าตนยังเป็นที่รักและไม่ได้ถูกทอดทิ้ง ลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและภาวะซึมเศร้าที่อาจเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี

2.การดูแลความสะอาด

การดูแลความสะอาดร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเช็ดหน้า ตัดผม แปรงฟัน ตัดเล็บ รวมถึงการเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ เป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ผู้ป่วยติดเตียงรู้สึกสดชื่น สบายตัว และมีความมั่นใจในภาพลักษณ์ของตนเอง นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงออกถึงความใส่ใจและให้เกียรติ ซึ่งช่วยคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง

3.การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม

ผู้สูงวัยที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ทำให้ต้องนอนหรือนั่งภายในห้องแคบ ซึ่งการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ เช่น การเปิดม่านให้แสงธรรมชาติเข้ามาในห้อง ทำความสะอาดให้ปลอดโปร่ง จัดวางภาพถ่ายของครอบครัวหรือของใช้ที่ผู้ป่วยรักไว้ใกล้ตัว สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ผ่อนคลาย และลดความรู้สึกวิตกกังวลหรือเศร้าหมองได้เป็นอย่างดี

4.สร้างการมีส่วนร่วม

ผู้ป่วยติดเตียงยังคงต้องการการมีส่วนร่วมกับคนที่รัก ครอบครัว และคนในสังคม ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความคิดเห็น การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพจิต เพราะไม่รู้สึกถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลัง

5.กระตุ้นด้วยงานอดิเรกเดิม

แม้ผู้ป่วยติดเตียงได้รับผลกระทบทางความคิด จนมีอาการหลงลืม แต่สามารถระลึกความทรงจำในอดีตได้ เนื่องจากความจำประเภทการปฏิบัติ ( Procedural Memory) ไม่ได้รับผลกระทบ จึงนำมาฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้สูงวัยได้ เช่น 

  • ฟังเพลง
  • เต้น
  • ดูภาพยนตร์ 

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ อายุวัฒน์ เนอสซิ่ง โฮม เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าการดูแลผู้ป่วยติดเตียงนั้นมีความละเอียดอ่อน ทำให้เรื่องเล็ก ๆ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจสร้างผลกระทบต่อผู้สูงวัยตามลักษณะบุคคล  

ด้วยเหตุนี้ การใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ จึงถูกปลูกฝังไว้ในทีมดูแลของเรา ทั้งแพทย์ พยาบาล ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมถึงนักกายภาพบำบัด ซึ่งล้วนมีหัวใจของความเข้าใจและเมตตา ให้การดูแลผู้ป่วยติดเตียงไม่ต่างจากการดูแลโดยคนในครอบครัวระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่ผู้ป่วยติดเตียงทุกกลุ่ม