แผลกดทับเป็นหนึ่งในปัญหาที่ครอบครัวผู้ป่วยติดเตียงกังวลมากที่สุด เพราะหลายครั้งแผลไม่ได้เริ่มจากแผลใหญ่ แต่เริ่มจาก “รอยแดงเล็ก ๆ” ที่ก้นกบ ส้นเท้า สะโพก หรือข้อศอก
ตอนแรกอาจดูเหมือนไม่รุนแรง แต่ถ้าผู้ป่วยยังนอนทับจุดเดิมต่อ ผิวเปียกชื้นจากปัสสาวะหรืออุจจาระ และร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ รอยแดงนั้นอาจลึกขึ้น กลายเป็นแผลเปิด มีน้ำเหลือง มีกลิ่น ติดเชื้อ และรักษายากมากขึ้น
แผลกดทับมักเกิดในผู้ที่อยู่ท่าเดิมนาน ๆ หรือเคลื่อนไหวได้น้อย โดยเฉพาะบริเวณปุ่มกระดูก เช่น ก้นกบ ส้นเท้า สะโพก และข้อศอก NHS อธิบายว่า pressure sores คือบริเวณที่ผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังเสียหายจากแรงกดหรือแรงเสียดสี และมักเกิดในคนที่อยู่ท่าเดิมนานหรือเคลื่อนไหวลำบาก
ดังนั้น การป้องกันแผลกดทับจึงไม่ใช่แค่ “ทำแผลเมื่อเป็นแล้ว” แต่คือการดูแลตั้งแต่ยังไม่เป็นแผล เพราะแผลกดทับที่ดีที่สุด คือแผลที่ไม่เกิดขึ้นตั้งแต่แรก บทความนี้เป็นภาพรวมของการป้องกันแผลกดทับทั้งหมด และมีลิงก์ไปยังบทความที่เจาะลึกแต่ละเรื่องให้ด้วย
ใครเสี่ยงเกิดแผลกดทับ
ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยหลังโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต ผู้ป่วยสมองเสื่อม ผู้ป่วยที่ขยับตัวเองไม่ได้ ผู้ป่วยที่กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ผู้ป่วยที่ผอมมากหรือกล้ามเนื้อลีบ ผู้ป่วยที่กินได้น้อย ผู้ป่วยเบาหวานหรือโรคหลอดเลือด ผู้ป่วยที่มีไข้หรือผิวเปียกชื้นบ่อย ผู้ป่วยที่นั่งรถเข็นนาน ๆ และผู้ป่วยที่เคยมีแผลกดทับมาก่อน
NICE ระบุว่าการประเมินความเสี่ยงควรพิจารณาหลายปัจจัย เช่น ความสามารถในการเคลื่อนไหว ความสามารถในการเปลี่ยนท่า ผิวหนัง ภาวะโภชนาการ ความชื้น และโรคประจำตัวร่วมด้วย
หลักสำคัญ 7 เรื่องของการป้องกันแผลกดทับ
การป้องกันแผลกดทับต้องดูแลหลายด้านพร้อมกัน ไม่ใช่ทำเพียงข้อใดข้อหนึ่ง หัวใจสำคัญมี 7 เรื่อง
- ลดแรงกด — ไม่ให้น้ำหนักกดจุดเดิมนานเกินไป โดยเฉพาะปุ่มกระดูก เช่น ก้นกบ สะโพก ส้นเท้า ข้อศอก
- เปลี่ยนท่าและจัดท่าให้เหมาะสม — พลิกตะแคงตามแผน และจัดท่าให้ถูกวิธี
- ดูแลผิวและความชื้น — ไม่ให้ผิวเปียกชื้นจากปัสสาวะ อุจจาระ หรือเหงื่อ
- ตรวจผิวทุกวัน — ดูจุดเสี่ยงทุกวัน อย่ารอให้เป็นแผลเปิด
- ใช้อุปกรณ์ลดแรงกดอย่างถูกต้อง — ที่นอนลม หมอนรอง เบาะรองนั่ง
- ดูแลอาหารและโภชนาการ — โปรตีนและน้ำเพียงพอเพื่อให้ผิวซ่อมแซมตัวเองได้
- รีบประเมินเมื่อเริ่มมีรอยแดง — ไม่รอให้แผลลึกแล้วค่อยขอความช่วยเหลือ
เรื่องความถี่ในการเปลี่ยนท่า NICE แนะนำให้ผู้ใหญ่ที่มีความเสี่ยงเปลี่ยนท่าอย่างน้อยทุก 6 ชั่วโมง และผู้ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างน้อยทุก 4 ชั่วโมง ขณะที่ MedlinePlus แนะนำในผู้ป่วยที่นอนบนเตียงว่าควรเปลี่ยนท่าประมาณทุก 2 ชั่วโมง ในทางปฏิบัติควรให้ทีมพยาบาลช่วยประเมินว่าผู้ป่วยรายนี้ควรพลิกตัวถี่แค่ไหน
อ่านเจาะลึกแต่ละเรื่อง
บทความนี้เป็นภาพรวม หากต้องการรายละเอียดเชิงลึกในแต่ละเรื่อง อ่านต่อได้ที่
ลดแรงกดและเปลี่ยนท่า
แผลกดทับเกิดจากแรงกดที่ทำให้เลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อลดลง การลดแรงกดจึงต้องไม่ให้ผู้ป่วยนอนทับจุดเดิมนานเกินไป และต้องไม่ให้กระดูกนูนกดกันเอง เช่น ตาตุ่มชนกันตอนนอนตะแคง หรือส้นเท้ากดที่นอนตลอดเวลา
การพลิกตัวเป็นวิธีหลัก แต่ต้องจัดท่าให้ถูกด้วย เช่น ตะแคงประมาณ 30 องศาแทนการตะแคงเต็ม 90 องศา ใช้หมอนคั่นระหว่างเข่าและตาตุ่ม รองใต้น่องให้ส้นเท้าลอย ไม่ลากตัวผู้ป่วยบนเตียง และไม่ยกหัวเตียงสูงเกินจำเป็นนาน ๆ (รายละเอียดเทคนิคการจัดท่าและตารางพลิกตัว อ่านได้ในบทความ “วิธีจัดท่าและพลิกตัว” ที่ลิงก์ไว้ด้านบน)
ดูแลผิว ความชื้น และการขับถ่าย
ความชื้นเป็นตัวเร่งให้แผลเกิดง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีปัสสาวะเล็ด อุจจาระเล็ด เหงื่อออกมาก หรือมีไข้ เมื่อผิวเปียกชื้นนาน ๆ ผิวจะเปื่อย บาง ถลอกง่าย และเมื่อมีแรงกดร่วมด้วย แผลกดทับจะเกิดเร็วขึ้น
ควรเปลี่ยนผ้าอ้อมทันทีเมื่อเปียก ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน ซับผิวให้แห้ง ใช้ครีมปกป้องผิวหรือ barrier cream ในผู้ที่เสี่ยง และตรวจร่องก้น ขาหนีบ ก้นกบทุกวัน NICE แนะนำให้พิจารณาใช้ barrier preparation เพื่อป้องกันผิวเสียหายในผู้ที่เสี่ยงต่อ moisture lesion หรือ IAD (รายละเอียดเรื่องผิวเปื่อยจากปัสสาวะและอุจจาระ อ่านได้ในบทความ “ปัสสาวะกัด อุจจาระกัด”)
ตรวจผิวทุกวัน
แผลกดทับมักเริ่มจากรอยแดงหรือสีผิวเปลี่ยนก่อนเป็นแผลเปิด จุดที่ควรตรวจทุกวัน ได้แก่ ก้นกบ ก้น สะโพก ส้นเท้า ตาตุ่ม ข้อศอก หลัง สะบัก ท้ายทอย ใบหู และบริเวณใต้สายหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ
สิ่งที่ต้องสังเกตคือ รอยแดง รอยม่วงคล้ำ กดแล้วสีไม่จาง ผิวแข็งหรือบวม ผิวอุ่นหรือเย็นกว่ารอบข้าง ตุ่มน้ำ ผิวถลอก น้ำเหลือง กลิ่น หรือผู้ป่วยเจ็บเมื่อแตะ ถ้าเริ่มมีรอยแดงที่กดไม่จาง ควรลดแรงกดทันทีและให้ทีมดูแลช่วยประเมิน ไม่ควรรอดูหลายวัน (จุดเสี่ยงที่มักถูกมองข้าม อ่านได้ในบทความ “จุดเสี่ยงแผลกดทับ”)
อาหาร โปรตีน และอุปกรณ์ลดแรงกด
แผลกดทับเกิดง่ายและหายยากในผู้ป่วยที่ขาดสารอาหาร กินได้น้อย น้ำหนักลด หรือโปรตีนไม่พอ เพราะผิวหนังและเนื้อเยื่อต้องใช้พลังงาน โปรตีน วิตามิน และน้ำในการซ่อมแซมตัวเอง สำหรับผู้ป่วยที่กินเองไม่ได้หรือให้อาหารทางสาย ควรให้แพทย์หรือทีมดูแลช่วยประเมินปริมาณอาหารและโปรตีนที่เหมาะสม ไม่ควรเพิ่มเองโดยไม่ดูโรคประจำตัว เช่น ไตวายหรือเบาหวาน
ส่วนที่นอนลมและอุปกรณ์ลดแรงกดช่วยได้ แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่ต้องพลิกตัว ไม่ต้องตรวจผิว หรือไม่ต้องดูแลความชื้น NICE ระบุว่าผู้ที่มีความเสี่ยงสูงควรได้รับอุปกรณ์รองรับแรงกดตามความเหมาะสม ร่วมกับคำแนะนำเรื่องการเปลี่ยนท่า
การป้องกันแผลกดทับต้องทำหลายเรื่องพร้อมกัน — พลิกตัว ตรวจผิว ดูแลความชื้น โภชนาการ ทุกวันไม่มีหยุด
ที่ อายุวัฒน์ มีทีมพยาบาลดูแลครบทุกด้านอย่างเป็นระบบ ตลอด 24 ชม. ช่วยแบ่งเบาครอบครัวได้
Checklist ป้องกันแผลกดทับที่บ้าน (ใช้ได้ทุกวัน)
ครอบครัวสามารถใช้ checklist นี้เป็นแนวทางดูแลประจำวัน โดยปรับตามสภาพผู้ป่วยและคำแนะนำของทีมดูแล
☀️ เช้า
- ตรวจก้นกบ ส้นเท้า สะโพก ข้อศอก
- เปลี่ยนผ้าอ้อมและดูแลผิว
- จัดท่าหรือพลิกตะแคง
- เช็กว่าส้นเท้าลอยจากที่นอน
- เช็กว่าผ้าปูเตียงเรียบ ไม่มีรอยยับ
🌤️ กลางวัน
- เปลี่ยนท่า
- ดูแลอาหารและน้ำ
- ตรวจผิวจุดเสี่ยง
- ลดความชื้น
- สังเกตรอยแดงใหม่
🌆 เย็น
- เช็ดตัวและดูผิวทั้งตัว
- ตรวจจุดที่มีสายหรืออุปกรณ์กดทับ
- เปลี่ยนผ้าอ้อม
- จัดท่าก่อนนอน
🌙 กลางคืน
- วางแผนพลิกตัวตามความเหมาะสม
- ลดการกดทับจุดเดิม
- ดูแลความสบายของผู้ป่วย
- ตรวจผ้าอ้อมถ้าเปียก
สิ่งที่ไม่ควรทำเพื่อป้องกันแผลกดทับ
ไม่ควรนวดแรงบริเวณรอยแดง • ไม่ควรใช้แอลกอฮอล์เช็ดผิวบริเวณก้นหรือรอยแดง • ไม่ควรโรยแป้งหนาจนจับตัวเป็นก้อน • ไม่ควรใช้หมอนโดนัทกดรอบแผล • ไม่ควรปล่อยให้ผ้าอ้อมเปียกนาน • ไม่ควรลากตัวผู้ป่วยบนเตียง • ไม่ควรให้ส้นเท้ากดที่นอนตลอดเวลา • ไม่ควรคิดว่ามีที่นอนลมแล้วไม่ต้องพลิกตัว • ไม่ควรรอจนแผลเปิดจึงเริ่มป้องกัน
NICE ระบุว่าไม่ควรนวดหรือถูผิวเพื่อป้องกันแผลกดทับ เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อเสียหายมากขึ้นได้
อย่ารอให้แผลลึกแล้วค่อยขอความช่วยเหลือ
หลายครอบครัวเริ่มขอคำปรึกษาเมื่อแผลเริ่มลึก มีน้ำเหลือง มีกลิ่น หรือมีหนองแล้ว แต่จริง ๆ จุดที่ควรขอความช่วยเหลือเร็วที่สุดคือ เริ่มมีรอยแดงที่ไม่หาย กดแล้วสีไม่จาง ผิวม่วงคล้ำ ผิวเปิด มีตุ่มน้ำ ผู้ป่วยเจ็บมากขึ้น หรือเริ่มมีรอยแดงซ้ำบริเวณเดิม เพราะถ้าดูแลตั้งแต่ระยะรอยแดง โอกาสหยุดไม่ให้ลุกลามจะดีกว่ามาก
หากผู้ป่วยของคุณติดเตียง ขยับตัวได้น้อย เริ่มมีรอยแดง หรือครอบครัวยังกังวลเรื่องแผลกดทับ
ปรึกษาทีม อายุวัฒน์ เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยง วางแผนพลิกตะแคง ดูแลผิว และป้องกันแผลกดทับอย่างต่อเนื่องได้ครับ
สรุป
การป้องกันแผลกดทับในผู้ป่วยติดเตียงต้องทำหลายอย่างพร้อมกัน ไม่ใช่แค่ซื้อที่นอนลม ไม่ใช่แค่พลิกตัว และไม่ใช่แค่ทำแผลเมื่อเริ่มเป็น แต่ต้องลดแรงกด เปลี่ยนท่า ดูแลผิวไม่ให้เปียกชื้น ตรวจผิวทุกวัน ใช้อุปกรณ์ให้ถูก ดูแลอาหารและโปรตีน และรีบให้ทีมสุขภาพช่วยประเมินเมื่อเริ่มมีรอยแดง
เพราะสำหรับผู้ป่วยติดเตียง แผลกดทับไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่ถ้ารู้ทันและป้องกันตั้งแต่วันนี้ ก็สามารถลดความเสี่ยงได้มาก

